กระดานเสวนา
ร่วมกันเทิดทูนพ่อหลวงของเรา

ขอเชิญร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงของเรา ด้วยการโพสต์ข้อความเทิดทูนพระองค์ท่าน

สมชาย 10.105.220.45 [ วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน 2553 เวลา 15:30 น. ]

กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง มาตั่งแต่เริ่มงานพัฒนาเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว และทรงยึดมั่นหลักการนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการเกษตร เราเน้นการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกเป็นเชิงพาณิชย์ คือ เมื่อปลุกข้าว ก็นำไปขายและนำเงินไปซ้อข้าว เมื่อเงินหมดก็จะไป+++้ เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งชาวนาไทยตกอยู่ในภาวะหนี้สินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาด้านนี้จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารข้าว ธนาคารโค-กระบือขึ้น เพื่อช่วยเหลือราษฎร นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งที่มาของ “เศรษฐกิจพอเพียง” นับตั่งแต่อดีตกาลแม้กระทั่งโครงการแรก ๆ แถวจังหวัดเพชรบุรี ก็ทรงกำชับหน่วยราชการมิให้นำเครื่องมือกลหนักเข้าไปทำงาน รับสั่งว่าหากนำเข้าไปเร็วนัก ชาวบ้านจะละทิ้งจอบ เสียม และ ในอนาคตจะช่วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งก็เป็นจริงในปัจจุบัน
จากนั้นได้ทรงคิดค้นวิธีการที่จะช่วยเหลือราษฎรด้านการเกษตร จึงได้ทรงคิด “ทฤษฏีใหม่” ขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๕ ณ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นตัวอย่าง สำหรับการทำการเกษตรให้แก่ราษฎร ในการจัดการด้านที่ดินและแหล่งน้ำลักษณะ ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ คือ ขุดสระและเลี้ยงปลูก ๓๐ ปลูกข้าว ๓๐ ปลูกพืชไรพืชสวน ๓๐ และสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ปลูกพืชสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ใน ๑๐ สุดท้าย
ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมมาโดยตลอด เพื่อให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีความแข้งแรงพอ ก่อนที่จะไปผลิตเพื่อการค้าหรือเชิงพาณิชย์โดยยึดหลักการ “ทฤษฎีใหม่” ๓ ขั้น คือ
ขั้นที่ ๑ มีความพอเพียง เลี้ยงตัวเองได้บนพื้นฐานของความประหยัดและขจัดการใช้จ่าย
ขั้นที่ ๒ รวมพลังกันในรูปกลุ่มเพื่อการผลิต การตลาด การจัดการ รวมทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา การพัฒนาสังคม
ขั้นที่ ๓ สร้างเครือขาย กลุ่มอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย โดยประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคองค์การพัฒนาเอกชน และภาคราชการในด้านเงินทุนการตลาด การผลิต การจัดการ และข่าวสาร ข้อมูล
สำหรับในภาคอุตสาหกรรมก็สามารถนำ เศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ได้ คือ เน้นการผลิตด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกินไปเพราะหากทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็จะต้องพึ่งพิงสินค้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตสินค้าเราต้องคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในประเทศก่อน จึงจะทำให้ประเทศไม่ต้องพึ่งพิงต่างชาติอย่างเช่นปัจจุบัน ดังนั้นเราต้องช่วยเหลือประเทศให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เป็นผู้จุดประกายระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เรานำมาใช้ในการผลิตให้เป็นลักษณะพึ่งพา ซึ่งมีมาแล้วเกือบ ๒๐ ปี แต่ทุกคนมองข้ามประเด็นนี้ไป ตลอดจนได้รับผลจากภายนอกประเทศทำให้ประชาชนหลงลืมและมึนเมาอยู่กับการเป็นนักบริโภคนิยมรับเอาของต่างชาติเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวและรวดเร็วจนทำให้เศรษฐกิจของไทยตกต่ำ
โดยคุณ nancy 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 08:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

การปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
๑. ยึดความประหยัด ตัดทานค่าใช้จ่ายในทุกด้านลดละความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีพอย่างจริงจัง ดังพระราชดำรัสว่า
...ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง...
๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องสุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนในการดำรงชีวิตก็ตามดังพระราชดำรัสที่ว่า
...ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพของตนเป็นหลักสำคัญ...
๓. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าขายประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรงดังอดีต ซึ่งมีพระราชดำรัสเรื่องนี้ว่า
...ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึง ความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนา และการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น...
๔. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครั้งนี้ โดยต้องขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้เกิดมีรายได้ เพิ่มพูนขึ้นจนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ให้ความชัดเจนว่า
...การที่ต้องการให้ทุคนพยายามที่จะหาความรู้และสร้างตนเองให้มั่นคงเพื่อตนเอง เพื่อที่จะให้ตัวเองมีความเป็นอยู่ที่ก้าวหน้า ที่มีความสุข พอมีพอกินเป็นขั้นหนึ่งและขั้นต่อไป ก็คือให้มีเกียรติว่ายืนได้ด้วยตัวเอง...
๕. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งยั่วกิเลสให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ด้วยสังคมไทยที่ล่มสลายลงในครั้งนี้เพราะยังมีบุคคลจำนวนมิใช่น้อยที่ดำเนินการโดยปราศจากความละอายต่อแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า
...พยายามไม่ก่อความชั่วให้เป็นเครื่องทำลายตัวทำลายผู้อื่น พยายามลด พยายามละความชั่วที่ตัวเองมีอยู่พยายามก่อความดีให้แก่ตัวอยู่เสมอ พยายามรักษา และเพิ่มพูน ความดีที่มีอยู่นั้น ให้งอกงามสมบูรณ์ขึ้น...
ทรงย้ำเน้นว่าสำคัญที่สุดคือ คำว่า พอ ต้องสร้างความพอที่สมเหตุสมผล ให้กับตัวเองให้ได้ และเราก็จะพบกับความสุข
โดยคุณ nancy 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 08:06 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2

โครงการน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

น้ำมันปาลม์กลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันดีเซล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย ทรงคิดพิจารณาหาหนทางบำบัดทุกข์บำรุงสุขอยู่ตลอดเวลา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของแหล่งพลังงานทดแทน ที่จะสามารถนำมาใช้งานภายในประเทศ หากเกิดวิกฤตการณ์ ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในอนาคต

การนำน้ำมันที่สกัดจากพืชมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลก็เป็นโครงการในพระราชดำริอีกโครงการหนึ่ง โดยทรงให้ทดลอง นำน้ำมันปาล์มมาใช้กับ เครื่องยนต์ดีเซล เพราะปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูก สูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด ในกระบวนการผลิตน้ำมันพืชในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นผลผลิต ที่เกษตรสามารถผลิตขึ้น ได้เองภายในประเทศ การทดลองใช้น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เริ่มต้นลงมือกันตั้งแต่ เดือนกันยายน 2543 เป็นต้นมา โดยแนวความคิดจากสมมุติฐาน
การออกแบบเครื่องยนต์ดีเซลต้นแบบเดิมที่ออกแบบสำหรับใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีความไวไฟต่ำ เช่น น้ำมันพืชทั่วๆไป และหลักการทำงานพื้นฐานของ เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันก็ยังคงเดิมอยู่ หากแต่ว่าได้มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมให้ ประสิทธิภาพ และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ในการทดลองนี้ได้ นำเอาน้ำมันปาล์มประเภทต่างๆ มาทดลอง ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลประเภทต่างๆ ที่มีใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ที่กำลังจะนำเข้ามาใช้ในอนาคต ทำการทดลองทั้งในห้องทดลอง และในสภาพแวดล้อมการ ใช้งานปกติทั่วไป ซึ่งปรากฎว่า น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ (R.B.D. Palm Olein) มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลมากที่สุด โดยไม่ต้องมีการปรับแต่ง หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ แต่ประการใด ทั้งยังสามารถสลับเปลี่ยนหรือผสมกับน้ำมันดีเซลทั่วไป ได้ทันทีทุกอัตราส่วน ในด้านประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ก็ยังคงให้ประสิทธิภาพการทำงาน สูงสุดของเครื่องยนต์ ตามที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ ทั้งแรงม้า (Power) แรงบิด (Torque) และรอบการทำงานของเครื่องยนต์ และจากการทดลองก็พบว่า ในเครื่องยนต์ดีเซลบางแบบ กลับให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าการใช้น้ำมันดีเซลธรรมดา หลังจากการทดลองประสบความสำเร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงขอจดสิทธิบัตร ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
กระทรวงพานิชย์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 ได้สิทธิบัตรเลขที่ 10764 ในชื่อ การใช้น้ำมันปาล์ม กลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล การนำน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ มาใช้แทนน้ำมันดีเซล ก็พบว่าน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า ปาล์มโอเลอีน ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหาร มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อดี ในส่วนที่เป็นน้ำมันสะอาด และมีความไวไฟต่ำทำให้สะดวกในการเก็บ เป็นสารชีวภาพที่สามารถย่อยสลายตัวได้ง่าย หากปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม และจากการทดลองก็พบว่าไอเสียที่ปล่อยจากการสันดาปภายในเครื่องยนต์ มีคุณภาพดีกว่า น้ำมันดีเซล คือควันดำและเขม่าน้อยมาก ไม่มีกลิ่นฉุน และไม่มีสารซัลเฟอร์อันเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและกัดกร่อนสร้างความเสียหาย แก่อุปกรณ์ในเครื่องยนต์ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านการหล่อลื่นในตัวเอง ทำให้ช่วยลดการสึกหรอและเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยืนยาวขึ้น อีกทั้งยังช่วย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสามารถผลิตได้เองภายในประเทศ ลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร
โดยคุณ nancy 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 08:06 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3

ทฤษฎีว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรแหล่งน้ำในบรรยากาศ " ฝนหลวง "

ในปี พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยม พสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ย่านบริเวณเทือกเขาภูพานทรงสังเกตว่า มีปริมาณเมฆมากปกคลุมเหนือพื้นที่ระหว่างเส้นทางบิน แต่ไมสามารถรวมตัวจนเกิดเป็นฝนตกได้ ทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝน และทรงพบเห็นว่าหลายแห่งประสบปัญหา พื้นดินแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรมักประสบความเดือดร้อนจากภาวะฝนแล้ง
หรือฝนทิ้งช่วง ในระยะวิกฤติของพืชผล ทำให้ผลผลิตต่ำ หรืออาจไม่มีผลผลิตเลย และอาจทำให้ ผลผลิตที่มีอยู่เสียหายได้ จึงเป็นความเดือดร้อนอย่างสาหัส และก่อให้เกิดความสูญเสีย ทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้นเพราะการขยายตัว

ทางด้านอุตสาหกรรมเกษตรกรรม และการเพิ่มขึ้นของประชากร ซึ่งมีผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนจากทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ ไม่เพียงพอ ซึ่งเห็นได้ชัดจากปริมาณ น้ำในเขื่อนภูมิพลที่ลดลงอย่างน่าตกใจ ด้วยสายพระเนตรที่ยาว ไกล และทรงความอัจฉริยะของพระองค์ด้วยคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ ทรงสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้น และได้มีพระราชดำริครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2498 แก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ว่าจะทรงค้นหา วิธีการที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกเหนือจากที่จะได้รับจากธรรมชาติโดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ กับทรัพยากร ที่มีอยู่ให้เกิดมีศักยภาพของการเป็นฝนให้ได้ "ฝนหลวง"หรือ"ฝนเทียม" จึงกำเนิดขึ้นโดยประยุกต์ผลการวิจัยค้นคว้าทางวิชาการด้านฝนเทียมของประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอิสราเอล ภายใต้การพระราชทานข้อแนะนำจากพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวอย่าง ใกล้ชิดพร้อมกันนี้ได้มีการจัดตั้ง "สำนักงานปฎิบัติการฝนหลวง" ขึ้น เพื่อรับผิดชอบการดำเนินงานฝนหลวงในระยะต่อ มาจนถึงปัจจุบัน พระบรมราโชบายในการพัฒนาโครงการพระราชดำริ "ฝนหลวง" ทรงเน้นความจำเป็นในด้านพัฒนาการ และปรับปรุงวิธีการทำฝนในแนวทางของการออกแบบการปฎิบัติการ การ ติดตามและประเมินผลที่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อศึกษารูปแบบเมฆและการปฎิบัติการทำฝนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ทรงย้ำถึงบทบาทของการดัดแปรสภาพอากาศ หรือการทำฝนว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอันหนึ่งในกระบวน การจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ ทรงเน้น ความร่วมมือประสานงานของหน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่จะเป็นกุญแจสำคัญในอันที่จะทำ ให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยคุณ nancy 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 08:07 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4

พ่อคนนี้มีลูกมากสุดสุด พ่อคนนี้ไม่หยุดพักแม้งานหนัก
พ่อคนนี้ช่างพอเพียงเป็นยิ่งนัก ฉันจึงรักพ่อคนนี้ชั่วนิรันดร์
ห้าธันวาวันนี้วันเกิดพ่อ คนไทยรอจุดเทียนอย่างแข็งขัน
ทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลืองพร้อมเพียงกัน มาสร้างสรรค์วันพ่อให้งดงาม
ตอนนี้พ่อป่วยอยู่ศิริราช ไทยทั้งชาติเป็นห่วงเฝ้าทวงถาม
อาการพ่อเป็นอย่างไรเฝ้าติดตาม คอยเฝ้ายามพิทักษ์อยู่เป็นยวง
แหม่มสงสัยพ่อคนนี้คือคนไหน ถามคนไทยใครก็รู้ตอบในหลวง
ท่านทรงเป็นพ่อในใจไทยทุกดวง ท่านทรงห่วงลูกหลานด้วยหทัย
ขอพระชนม์ยืนยงคงคู่ฟ้า กอปรด้วยพระบุญญาพลาดิศัย
พวกเราโซไซตี้บิทต่างรวมใจ ขอจงให้พระองค์ทรงพระเจริญ

โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553 เวลา 08:27 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

ดั่งสายฝน จากฟากฟ้า มาสู่โลก ดั่งสายลม พัดโศก ให้สิ้นหาย
ดั่งแสงส่อง ดับมืดมน จนจางคลาย เป็นพ่อหลวง ในดวงใจ ไทยทุกคน

ทรงเดินทาง ทุกทั่วเเคว้น เเดนสยาม ทุกเขตคาม เดินทางไป ในถิ่นฐาน
แก้ปัญหา เสริมอาชีพ เสริมสร้างงาน ให้ประชา ได้ชื่นบาน สุขทวี

หยาดเหงื่อพ่อ รินหลั่ง ดั่งสายฝน แม้เหนื่อยหนัก ต้องทน เพื่อลูกหลาน
ให้ทวยราษฎร์ ประชา ได้ชื่นบาน ท่านทรงงาน เสียหยาดเหงื่อ ก็เพื่อเรา

ผ่านมาแล้ว หกสิบปี ที่พ่อเหนื่อย พ่อทรงเมื่อย ทรงงานหนัก เพื่อสรรหา
สร้างคุณค่า สิ่งดีดี ให้มีมา ชาวประชา เป็นสุข ทุกเเดนดิน

สายใยรัก สายใยใจ ไทยทั่วหล้า น้อมวันทา ส่งใจ ให้พ่อหลวง
หายประชวร จากโรคไข้ ภัยทั้งปวง ขอพ่อหลวง ของปวงไทย ทรงหายดี

ทุกดวงใจ ไทยทั่วหล้า วันทาน้อม ทุกใจพร้อม สดุดี ศรีสยาม
ถวายพ่อหลวง เกษมสุข ทุกเขตคาม ด้วยใจรัก ชาวสยาม ขอสดุดี

โซไซตี้บิท ทุกใจพร้อม น้อมเศียรเกล้า ทุกหมู่เหล่า ถวายพระพร พระทรงศรี
น้อมเศียรเกล้า เเทบพระบาท องค์ภูมี ขอเทิดไท้ สดุดี องค์ราชั
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553 เวลา 08:28 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

พ่อคนนี้มีลูกมากสุดสุด พ่อคนนี้ไม่หยุดพักแม้งานหนัก
พ่อคนนี้ช่างพอเพียงเป็นยิ่งนัก ฉันจึงรักพ่อคนนี้ชั่วนิรันดร์
ห้าธันวาวันนี้วันเกิดพ่อ คนไทยรอจุดเทียนอย่างแข็งขัน
ทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลืองพร้อมเพียงกัน มาสร้างสรรค์วันพ่อให้งดงาม
ตอนนี้พ่อป่วยอยู่ศิริราช ไทยทั้งชาติเป็นห่วงเฝ้าทวงถาม
อาการพ่อเป็นอย่างไรเฝ้าติดตาม คอยเฝ้ายามพิทักษ์อยู่เป็นยวง
แหม่มสงสัยพ่อคนนี้คือคนไหน ถามคนไทยใครก็รู้ตอบในหลวง
ท่านทรงเป็นพ่อในใจไทยทุกดวง ท่านทรงห่วงลูกหลานด้วยหทัย
ขอพระชนม์ยืนยงคงคู่ฟ้า กอปรด้วยพระบุญญาพลาดิศัย
พวกเราโซไซตี้บิทต่างรวมใจ ขอจงให้พระองค์ทรงพระเจริญ
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553 เวลา 08:28 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7

ดั่งสายฝน จากฟากฟ้า มาสู่โลก ดั่งสายลม พัดโศก ให้สิ้นหาย
ดั่งแสงส่อง ดับมืดมน จนจางคลาย เป็นพ่อหลวง ในดวงใจ ไทยทุกคน

ทรงเดินทาง ทุกทั่วเเคว้น เเดนสยาม ทุกเขตคาม เดินทางไป ในถิ่นฐาน
แก้ปัญหา เสริมอาชีพ เสริมสร้างงาน ให้ประชา ได้ชื่นบาน สุขทวี

หยาดเหงื่อพ่อ รินหลั่ง ดั่งสายฝน แม้เหนื่อยหนัก ต้องทน เพื่อลูกหลาน
ให้ทวยราษฎร์ ประชา ได้ชื่นบาน ท่านทรงงาน เสียหยาดเหงื่อ ก็เพื่อเรา

ผ่านมาแล้ว หกสิบปี ที่พ่อเหนื่อย พ่อทรงเมื่อย ทรงงานหนัก เพื่อสรรหา
สร้างคุณค่า สิ่งดีดี ให้มีมา ชาวประชา เป็นสุข ทุกเเดนดิน

สายใยรัก สายใยใจ ไทยทั่วหล้า น้อมวันทา ส่งใจ ให้พ่อหลวง
หายประชวร จากโรคไข้ ภัยทั้งปวง ขอพ่อหลวง ของปวงไทย ทรงหายดี

ทุกดวงใจ ไทยทั่วหล้า วันทาน้อม ทุกใจพร้อม สดุดี ศรีสยาม
ถวายพ่อหลวง เกษมสุข ทุกเขตคาม ด้วยใจรัก ชาวสยาม ขอสดุดี

โซไซตี้บิท ทุกใจพร้อม น้อมเศียรเกล้า ทุกหมู่เหล่า ถวายพระพร พระทรงศรี
น้อมเศียรเกล้า เเทบพระบาท องค์ภูมี ขอเทิดไท้ สดุดี องค์ราชันย์
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 09:12 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8

5 ธันวาวันมงคลของพ่อหลวง ชนทั้งปวงพร้อมใจกันมาเทิดไท้
เพื่อประกาศความภักดีให้ก้องไกล ว่าคนไทยรักพระองค์มิเสื่อมคลาย

มงคลฤกษ์วันร่วมชนคนปรองดอง เหล่าพี่น้องชนชาติไทยน้อมถวาย
พระพรชัยให้พ่อหลวงสุขใจกาย ให้ท่านหายจากประชวรสิ้นทั้งปวง

พ่อทรงเปี่ยมบารมีแผ่ไพศาล ท่านทรงงานช่วยประชาที่สุดห่วง
แม้ทรงเหนื่อยมิเคยละชนทั้งปวง ด้วยทั้งทรวงมีประชามิเคยจาง

พ่อทรงมีพระปรีชาอันเลิศล้ำ ด้วยทรงนำหลักความรู้มาสรรค์สร้าง
ให้ประชาได้เดินตามทางท่านวาง มิเหินห่างประสงค์ที่ดำริไว้

เหล่าชาวโซไซตี้บิทขอน้อมจิต อธิษฐานขอพ่อหลวงไร้โพยภัย
เป็นร่มโพธิร่มไทรของชนไทย ตราบสิ้นใจขอเทิดทูนพ่อหลวงเรา
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 09:12 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9

พ่อคนนี้มีลูกมากสุดสุด พ่อคนนี้ไม่หยุดพักแม้งานหนัก
พ่อคนนี้ช่างพอเพียงเป็นยิ่งนัก ฉันจึงรักพ่อคนนี้ชั่วนิรันดร์
ห้าธันวาวันนี้วันเกิดพ่อ คนไทยรอจุดเทียนอย่างแข็งขัน
ทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลืองพร้อมเพียงกัน มาสร้างสรรค์วันพ่อให้งดงาม
ตอนนี้พ่อป่วยอยู่ศิริราช ไทยทั้งชาติเป็นห่วงเฝ้าทวงถาม
อาการพ่อเป็นอย่างไรเฝ้าติดตาม คอยเฝ้ายามพิทักษ์อยู่เป็นยวง
แหม่มสงสัยพ่อคนนี้คือคนไหน ถามคนไทยใครก็รู้ตอบในหลวง
ท่านทรงเป็นพ่อในใจไทยทุกดวง ท่านทรงห่วงลูกหลานด้วยหทัย
ขอพระชนม์ยืนยงคงคู่ฟ้า กอปรด้วยพระบุญญาพลาดิศัย
พวกเราโซไซตี้บิทต่างรวมใจ ขอจงให้พระองค์ทรงพระเจริญ
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 09:13 น. ] ผู้ตอบคนที่ 10

โครงการฝนหลวง
จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆเป็นประจำ ได้ทรงพบเห็นท้องถิ่นหลายๆแห่งประสบปัญหาความแห้งแล้ง หรือขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการทำเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อน ทุกข์ยากมาก เนื่องจากบางครั้งฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดในระยะวิกฤติของพืชผล คือพืชอยู่ในระยะที่กำลังให้ผลผลิตต่ำ หรืออาจจะไม่มี ผลผลิตให้เลย เป็นต้น ดังนั้นภาวะฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงใน แต่ละครั้ง/แต่ละปีจึงสร้างความเดือดร้อน และความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรเป็นอย่างสูง นอกจากนี้ภาวะความต้องการใช้น้ำนับวันจะทวีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเพิ่มของประชากร การขยายพื้นที่เกษตรกรรมและการเจริญเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรม
ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรง ความอัจฉริยะในพระองค์ท่านดังนั้นในปี พุทธศักราช2498จึงได้มีพระราชดำริค้นหาวิธีการ ที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกเหนือจากที่จะได้รับ จากธรรมชาติโดยนำเทคโนโลยีนำสมัยและทรัพยากร ที่มีอยู่ประยุกต์กับศักยภาพของการเกิดฝน ในเขตร้อน เช่น ประเทศไทยมุ่งขจัดปัญหา ความเดือดร้อนดังกล่าว และทรงมีพระราชหฤทัย เชื่อมั่นว่าวิธีการดังกล่าวนี้ จะทำให้ การพัฒนาระบบการจัดทรัพยากรน้ำของชาติเกิด ความพร้อมและครบบริบูรณ์ตามวัฏจักรของ น้ำ
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.144.135.159 [ วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 09:14 น. ] ผู้ตอบคนที่ 11

โครงการฝายแม้ว
ฝายแม้ว คือ สิ่งก่อสร้างขวางหรือกั้นทางน้ำ ซึ่งปกติมักจะกั้นลำห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากช่วงที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอ การไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่าง ซึ่งเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีการหนึ่ง
รูปแบบและลักษณะฝายนั้น ได้พระราชทานพระราชดำรัสว่า “ให้พิจารณาดำเนินการสร้างฝายราคาประหยัด โดยใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่น แบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้เก็บกักน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดินทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง ต่อไปจะสามารถปลูกพันธุ์ไม้ ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็วและพันธุ์ไม้ไม่ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่มขึ้นเป็นลำดับ ”
“.......สำหรับต้นน้ำไม้ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณสองข้างลำห้วย จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ ส่วนตามร่องน้ำและบริเวณที่น้ำซับก็ควรสร้างฝายขนาดเล็กกั้นน้ำไว้ในลักษณะฝายชุ่มชื้น แม้จะมีจำนวนน้อยก็ตามสำหรับแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก จึงสร้างฝายเพื่อผันน้ำลงมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก......”
นอกจากนี้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึง ฝายต้นน้ำลำธาร ในรายการ "นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน" ทางคลื่น F.M. 92.5 ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม 2547 เวลา 08.00 น. ดังนี้
",,,ฝายแม้ว หรือ เช็คแดม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริตามแบบที่ได้ทรงทำที่ห้วย ฮ่องไคร้ที่เชียงใหม่ ผมก็เลยมอบนโยบายตามแนวพระราชดำรินี้ไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายว่า เพื่อให้ภูเขาต่างๆ ได้เขียว เพราะไม่งั้นความแห้งแล้งจะได้เกิดขึ้นตลอด เขาก็ไปทำฝายแม้วที่หนองบัวลำภู ซึ่งผมไปดูมา เขานั้นแห้งแล้งมาก แต่ปรากฏว่าพอฝนเริ่มตกมาก็มีน้ำ ฝายแม้วทั้งหลายก็กักเก็บน้ำได้นิดหน่อยๆ เพื่อให้เกิดความชื้นของภูเขา เพราะเขาลูกหนึ่งมีตั้งพันกว่าเขื่อน ส.ส.มาบอกผมว่าไปตรวจอีกครั้งหนึ่งตอนนี้เริ่มมีลูกอ๊อดแล้ว เต็มไปหมด ก็แสดงให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นมันมีของมันอยู่ เมื่อมีความชุ่มชื้น ธรรมชาติกลับคืนมานี่ สิ่งที่มันเป็นสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ มันก็จะเริ่มฟื้นคืนขึ้นมา และมันเป็นวิถีชีวิต มันเป็นของที่ควบคู่กับชาวบ้าน ผมก็ดีใจว่า สิ่งเหล่านี้ได้ผลรวดเร็วมาก ทุกจังหวัดก็ได้ทำกัน ทีนี้ป่ามันก็จะคืนสภาพได้ต่อมา เหมือนที่ห้วยฮ่องไคร้ซึ่งป่าถูกทำลายทั้งเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำตามที่ผมเล่าให้ฟังนี่ ก็ปรากฏว่าป่าก็คืนสภาพ ไก่ป่า ไก่อะไรก็เกิดขึ้นมาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นอันนี้เราจะต้องฟื้นคืนสภาพ,,,,"
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.113.97.9 [ วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 07:48 น. ] ผู้ตอบคนที่ 12

รักในหลวง ห่วงสถาบัน จงช่วยกันเทิดทูน
โดยคุณ คณะข้าราชการและลูกจ้าง รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ส่งเมล์ถึง คณะข้าราชการและลูกจ้าง รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี 172.168.1.114 [ วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 09:13 น. ] ผู้ตอบคนที่ 13

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มดำเนินการทดลองการแปรรูปผลิตผลการเกษตรขึ้นในพระราชวังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานทรัพย์ส่วน พระองค์สร้างโครงการอันหลากหลายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อเป็นโรงงานตัวอย่างและพระราชทานโอกาสให้บุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่สนใจ " ดูกิจการได้ทุกเมื่อ " ในแต่ละปีจึงมีผู้เข้ามาศึกษาดูงานโครงการต่าง ๆ เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี ลักษณะของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ
โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เป็นโครงการสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ทรงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ทางด้านอาหาร และสนับสนุนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือ ไปจากภาคเกษตร อีกทั้งเน้นการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการเหล่านี้ได้แก่ โครงการเกี่ยวกับปลานิล ป่าไม้สาธิต นาข้าวทดลองข้าวไร่ การผลิตแก๊สชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สวนพืชสมุนไพร สาหร่ายเกลียวทองโครงการทดลองปลูกพืชโดยปราศจากดิน
ทั้งในด้านอยู่ดีกินดีและเสริมสร้างรายได้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่ โรงโคนมสวนจิตรลดา เริ่มจากในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้มีบริษัทและหน่วยราชการน้อมเกล้าฯ ถวายโค ๖ ตัว ซึ่งเป็นโคตั้งท้องแล้ว ๔ ตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับสร้างโรงงานโคนม ราคา ๓๒,๘๘๖. ๗๓ บาท ขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา ต่อมาเมื่อแม่โคตกลูกและเริ่มทำการรีดนม น้ำนมที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกโคกินแล้ว ได้นำไปจำหน่าย เมื่อมีจำนวนโคนมเพิ่มขึ้น ทั้งจากแม่โคที่ให้ลูกทุกปี และมีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายสมทบ ทำให้สามารถผลิตน้ำนมออกจำหน่ายแก่บุคคลภายนอกและโรงเรียนต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียง เมื่อมีกำไรสะสมมากยิ่งขึ้น ก็ได้ขยายงานออกไปตามลำดับทั้งในด้านการผลิตน้ำนม คุณภาพนมดิบ และการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ผลพลอยได้จากโรงโคนมคือ มูลโคซึ่งเมื่อนำมาหมักจะได้ " ไบโอแก๊ส " หรือ " แก๊สชีวภาพ " สำหรับเป็นเชื้อเพลิง กากจากบ่อหมักแก๊สชีวภาพยังสามารถใช้ทำเป็นปุ๋ย มูลโคที่เป็นสารละลายที่อยู่ในถังหมัก ส่วนหนึ่งนำไปใช้สำหรับเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งสามารถนำไปทำอาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงปลาอีกส่วนหนึ่งทำเป็นปุ๋ยใส่ แปลงพืชอาหารสัตว์ และบางส่วนนำไปใช้สำหรับบำรุงบ่อเพาะพันธุ์ปลานิล
โรงนมผงสวนดุสิต โรงนมผงสวนดุสิตตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เนื่องจากเกิดภาวะนมสดล้นตลาด สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมจึงได้ทูลเกล้าถวายฎีกาให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยเหลือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อผลิตนมผงเป็นการแก้ปัญหานมสดล้นตลาด น้ำกลั่น น้ำกลั่นเป็นผลผลิตพลอยได้จากเครื่องระเหยนมซึ่งมีความบริสุทธิ์ค่อนข้าง สูงและมีมากพอที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำกลั่นเพื่อใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์และใช้ ดื่มได้
โรงเนยแข็ง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้สร้างโรงเนยแข็งน้อมเกล้าถวายในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ พุทธศักราช ๒๕๓๐ และคณะกรรมการบริหารของบริษัท ซี . ซี . ฟรีสแลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ร่วมน้อมเกล้าถวายอุปกรณ์สำหรับการผลิตเนยแข็ง ปัจจุบันโรงเนยแข็งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด เช่น นมข้นหวานบรรจุหลอด นมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสต่าง ๆ ไอศครีม นมสดพาสเจอร์ไรซ์ปราศจากไขมัน เนยแข็งเกาด้า เนยแข็งเช็ดด้า และเนยสด โรงนมเม็ด โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เคยผลิตนมเม็ดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่ประสบปัญหาทางเทคนิคทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้จัดทำโรงนมเม็ดขึ้นใหม่เพื่อเป็นการส่ง เสริมโภชนาการแก่ผู้บริโภค และเพื่อเป็นการแนะนำการผลิตนมเม็ดขึ้นในประเทศ ปัจจุบันสามารถผลิตนมเม็ดได้วันละ ๗,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ ซองต่อวัน มีทั้งสิ้น ๓ รส คือรสหวาน รสกาแฟ และรสช็อกโกแลต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตร ร่วมกับบริษัทสุราทิพย์ได้ขยายกำลังผลิตแอลกอฮอล์เพื่อให้มีพอใช้ผลสมกับ น้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ทุกคันของโครงการที่ใช้เบนซิน และในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดสถานีบริการแก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา งานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงแบ่งเป็นหน่วยย่อย คือ ๑ . โรงแอลกอฮอล์ทำหน้าที่ ผลิตเอทธิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นร้อยละ ๙๕ และผลิตน้ำส้มสายชูจากสับปะรดและเศษผลไม้อื่น ๆ ๒ . โรงอัดแกลบ ทำหน้าที่ผลิตแกลบอัดแท่งและเผาถ่านจากแกลบอัดเพื่อจำหน่ายและใช้เป็นเชื้อ เพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไอน้ำของโรงกลั่นแอลกอฮอล์ ๓ . งานพิเศษตามที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ได้แก่ บ้านพลังแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการศึกษาทอลองเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพลังแสงอาทิตย์ และระบบนำน้ำเสียกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ และเป็นน้ำหล่อเย็นในการผลิตเทียนของโรงหล่อเทียนหลวงของสวนจิตรลดา น้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ การผลิตน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ได้เริ่มผลิตตั้ง แต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยผลิตน้ำส้ม น้ำอ้อย น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำขิงออกจำหน่าย และส่งเสริมให้เกษตรจัดตั้งกลุ่มดำเนินงานในรูปของสหกรณ์เกษตร โรงน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง เริ่มโครงการเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานขนาดเล็ก ต้นทุนการผลิต การตลาดที่จะผลิตผลไม้บรรจุกระป๋องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนดื่มน้ำผลไม้มาก ขึ้น น้ำผลไม้บรรจุกระป๋องของโครงการมีหลายชนิด เช่น น้ำมะม่วง น้ำตะไคร้ น้ำเห็ดหลินจือผสมน้ำผึ้ง น้ำสับปะรด น้ำกาแฟ น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง เป็นต้น สาหร่ายเกลียวทอง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ งานวิจัยและพัฒนาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ได้นำน้ำกากมูลหมักซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตแก๊สชีวภาพมาใช้เลี้ยง สาหร่ายเกลียวทอง และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารปลา
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.113.97.167 [ วันศุกร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 10:20 น. ] ผู้ตอบคนที่ 14

เป็นร่มโพธิ์ เป็นโซ่ทอง คล้องใจชาติ
ประชาราษฏร์ ชาติร่มเย็น เป็นที่ขาน
ว่าพระองค์ ทรงครองธรรม ล้ำเกินกาล
พร้อมทรงงาน ทุกน่านฟ้า ประชาชม
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:13 น. ] ผู้ตอบคนที่ 15

แปดสิบสาม ในยามนี้ สุขศรีส่ง
ให้พระองค์ ทรงพระเจริญ เพลินสุขสม
ชนม์ยืนนาน ทรงเกษมสำราญ ผ่านทุกข์ตรม
ขอพนม ก้มลงกราบ ราบฝ่าธุลี
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:18 น. ] ผู้ตอบคนที่ 16

62 ปี มหาราช ฉัตรปกเกล้า
ไทยทุกเผ่า ร้อยรัก สมัครสมาน
ทศพิธ ราชธรรม น้อมนำกาล
พระทรงงาน ยอดยิ่ง มิ่งเมืองไทย
เป็นแบบอย่าง ทางถูก ให้ลูกหลาน
ก่อเกิดการ งานหลัก จากพิสัย
ให้รักษ์น้ำ รักษ์ดิน สินทรัพย์ไทย
น้ำพระทัย มหาราช ของชาติไทย
เศรษฐกิจ พอเพียง เลี้ยงชีวิต
พ่ออุทิศ เวลา เงินตราให้
พ่อตรากตรำ ทำเอง จากจิตใจ
ต้องการให้ เห็นจริง ทุกสิ่งงาน
ความสำเร็จ เสร็จสม อารมณ์หวัง
เสริมพลัง สร้างความคิด ลิขิตขาน
พระทรงชัย ไตร่ตรอง มองเหตุการณ์
เพื่อลูกหลาน รุ่งเรือง เมืองไทยงาม
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 17

พระทรงเป็น ยศยิ่งกว่า มหากษัตริย์
พระทรงเป็น นักปฏิบัติ สืบค้นหา
พระทรงเป็น นักคิด วิทยา
พระทรงเป็น นักพัฒนา คู่ฟ้าไทย
พระทรงธรรม น้อมนำ ธรรมชาติ
พระเปรื่องปราชญ์ ชัดแจ้ง แถลงไข
พระทรงสร้าง ทางถูก ให้ลูกไทย
พระมหาราช ครองใจ ไทยทุกดวง

โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 18

82 ปี ชนชาวไทย น้อมใจภักดิ์
ร้อยรวมรัก สมัครจิต อุทิศผล
ด้วยผองไทย ใจมนุษย์ สูงสุดชน
มหามงคล ฉลองชนม์ องค์ภูมี
ขอทวยไท้ เทวดา มาสถิต
ฉลองกิจ เฉลิมกาล สานราศี
หลายล้านใจ ถักทอ ก่อกรรมดี
บุญบารมี ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ( นับพัน นับหมื่นปี )
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:20 น. ] ผู้ตอบคนที่ 19

บุหลัน สิพับพ่าย
สุริยฉาย สิดับลง
แพ้บุญ พระทรงพล
ธ เหนือเกล้า ประชาไทย
๕ธัน วาฯ บรรจบ
อีกคำรบ กาลสมัย
แซ่ซ้อง ประชาไทย
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:21 น. ] ผู้ตอบคนที่ 20

เราทุกคนก็เหมือนดินก้อนหนึ่ง
ทั้งอ่อนแอที่ซึ่งไร้ความหมาย
ทั้งเปราะบางเหมือนโคลนสูญสลาย
เมื่อน้ำหายก็แตกและเหือดแห้ง
มีพลังมาสรางให้มีหวัง
ทั้งเหนี่ยวรั้งเราไว้ให้กล้าแข็ง
รวมเม็ดดินมากมายให้แข็งแรง
และแสดงเม็ดดินเป็นแผ่นดิน
เราก็รู้พ่อเหนื่อยมากแค่ไหน
ต้องลำบากกายใจไม่เคยสิ้น
เพราะพ่อคือพลังแห่งแผ่นดิน
ให้พออยู่พอกินกันต่อไป
หาของขวัญให้พ่อสักหนึ่งกล่อง
เราทั้งพ้องพร้อมใจกันได้ไหม
เป็นหนึ่งเดียวให้พ่อได้สุขใจ
ไม่ต้องเหนื่อยกายใจเหมือนผ่านมา

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
โดยคุณ ร้อย.ลว.ไกล 9 ส่งเมล์ถึง ร้อย.ลว.ไกล 9 180.180.153.228 [ วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 10:21 น. ] ผู้ตอบคนที่ 21

โครงงานเศรษฐกิจพอเพียงกับเทียนไขไล่ยุง
ที่มาและความสำคัญ
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นโครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลว่ามีความเป็นอยู่อย่างเพียงพอไม่ฟุ่มเฟือย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองและการพึ่งพาธรรมชาติตลอดจนการดำเนินการอย่างลงตัว จากแนวความคิดดังกล่าวทำให้พวกเราได้คิดหาวิธีการที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง โดยศึกษาถึงการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงในเรื่องของพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในสภาวะวิกฤติ
ในด้านเศรษฐกิจ การปลูกพืชผักสวนครัวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้อยู่อย่างพอเพียงได้ ในพืชผักสวนครัวประกอบด้วยพืชผักนานาชนิดเช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะเขือ กะเพรา แมงลัก โหรพา ยี่หร่า เป็นต้น พืชผักดังกล่าวเป็นพืชที่เป็นประโยชน์ในด้านการประกอบอาหาร และจากการศึกษาเพิ่มเติมเราก็พบว่า พืชผักบางชนิดมีสารบางอย่างที่สามารถไล่แมลง โดยเฉพาะยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตของคนได้ นั่นก็คือโรคไข้เลือดออก จึงถือได้ว่าเป็นปัญหาและโรคที่ร้ายแรง แต่เราก็สามารถป้องกันได้โดยการกำจัดตัวพาหะนำโรค นั่นก็คือยุง
เราจึงได้คิดหาวิธีที่จะกำจัดยุงด้วยวิธีการธรรมชาติและสอดคล้องกับทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบกับโรงเรียนของพวกเราอยู่ในบริเวณวัดเห็นมีเศษเทียนจากการประกอบพิธีทางศาสนาที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร เราจึงได้คิดที่จะนำเอาเศษ เทียนเหล่านั้นมาใช้ หล่อ เป็นเทียนโดยได้นำเอาพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงได้มาผสมลงในการหล่อเทียน เพื่อใช้เป็นเทียนสมุนไพรไล่ยุง
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อศึกษาผักสวนครัวที่สามารถไล่ยุงได้และแมลงได้
2. เพื่อศึกษาการใช้เทียนไขสมุนไพรไล่ยุง
ขั้นตอนในการดำเนินการ
1. ศึกษาเอกสารความรู้เกี่ยวกับเรื่องผักสวนครัวสมุนไพร
2. จัดทำแม่พิมพ์
3. หล่อเทียนตะไคร้หอม ใบมะกรูด ข่า
4. สรุปผลการทดลองใช้
สรุป อภิปรายผล
จากผลการศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวผักสวนครัวสมุนไพร เราก็พบว่าพืชผักที่สามารถไล่ยุงได้ มีตะไคร้หอม มะกรูด และ ข่า เมื่อเราศึกษาเกี่ยวกับเรื่องรูปทรงเรขาคณิตและปริมาตร โดยเรากำหนดพื้นที่ฐานและ ความสูงของรูปทรงปริซึม พีระมิด กรวย ทรงกลมและทรงกระบอก ทำให้เราพิสูจน์ว่าเมื่อปริมาตรและความสูงที่เท่ากัน รูปทรงที่สามารถไล่ยุงได้นานที่สุดคือ รูปทรงกรวย กล่าวคือ การนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ในเรื่องของการใช้เศษเทียนไข
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ประโยชน์ของพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงและแมลง
2. ทราบว่ารูปทรงเรขาคณิตที่ใช้ในการไล่ยุงได้นานที่สุดคือ กรวย พีระมิด ทรงกระบอกและปริซึม ตามลำดับ
3. ได้นำแนวความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการนำสิ่งที่มี
อยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.113.97.167 [ วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม 2554 เวลา 12:15 น. ] ผู้ตอบคนที่ 22

โครงการเลี้ยงปลาตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
เป้าหมายโครงการ ส่งเสริมเพิ่มทักษะตำรวจด้านอาชีพเสริม จำนวน 106 คน
1. หลักการและเหตุผล การบริหารจัดการแหล่งน้ำที่เหมาะสมและประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินโครงการไม่เหมือนกัน จึงดำเนินการปรับและประยุกต์ตามสภาพพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นการพัฒนาทักษะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อนำไปต่อยอดขยายการดำเนินการเพื่อเป็นอาชีพเสริมและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. วัตถุประสงค์
2.1 สนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการดำเนินโครงการ
2.2 สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. เงื่อนไขของโครงการ
3.1 ต้องมีบ่อที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาขนาดอย่างน้อย 1 งาน
3.2 เงินทุนสมทบที่จะดำเนินการ นอกเหนือจากกรมประมงสนับสนุน
3.3 ข้าราชการตำรวจทุกฝ่ายต้องขยันขันแข็งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมง
4. เป้าหมายของโครงการ
4.1 สามารถใช้ประโยชน์ จากแหล่งน้ำคลองข้างบ่อที่มีอยู่ในการเลี้ยงปลาได้ตลอดปี
4.1 สามารถใช้ประโยชน์จากการดำเนินโครงการ ฯ ในการสร้างงานและรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
5. ผลสัมฤทธิ์ของงานที่คาดหวัง
6. ระยะเวลาดำเนินการ
6.1 ปีงบประมาณ 2550 ( ตั้งแต่เดือน กันยายน 2550 - เมษายน 2551 )
7. แผนการดำเนินงานตามกิจกรรม
7.1 ออกคำสั่งแบ่งข้าราชการตำรวจ ออกเป็นกลุ่ม ( ตามสายงาน )
7.2 รับผิดชอบจัดหาและให้อาหารปลา และหาพืชผักตามธรรมชาติ เช่นผักบุ้ง ตามคำสั่งเป็นประจำ พร้อมทั้งดูแลรักษาความสะอาด
7.3 เรียนเชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประมงตรวจให้คำแนะนำการเลี้ยงตามความเหมาะสม
8. พื้นที่ดำเนินการ
8.1 สระน้ำหน้าสถานีตำรวจ พื้นที่ประมาณ 2 งาน
9. งบประมาณการดำเนินการและหน่วยงานสนับสนุน
9.1 ค่าอาหารปลาและพืชผักตามธรรมชาติโดยใช้งบปกติของหน่วย
9.2 ขอรับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจาก สถานีประมงน้ำจืด สุโขทัย
10. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ข้าราชการตำรวจได้รับความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลา อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. ข้าราชการตำรวจ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้

โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.113.97.167 [ วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม 2554 เวลา 12:16 น. ] ผู้ตอบคนที่ 23

เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบัติของ ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางในการพัฒนาที่นำไปสู่ความสามารถ
ในการพึ่งตนเอง ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการ
เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้ ความ
เพียรและความอดทน สติและปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี
เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ในขณะที่ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือแบบพื้นฐานกับแบบก้าวหน้า ได้ดั้งนี้
ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐานเทียบได้กับทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ที่มุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ต้องพึ่งน้ำฝนและประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวจากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได้ และใช้ที่ดินส่วนอื่น ๆ สนองความต้องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนที่เหลือเพื่อมีรายได้ที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัว อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ก็จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองค์กรเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์หรือการที่ธุรกิจต่าง ๆ รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ
กล่าวคือ เมื่อสมาชิกในแต่ละครอบครัวหรือองค์กรต่าง ๆ มีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตนซึ่งจะสามารถทำให้ ชุมชนโดยรวมหรือเครือข่ายวิสาหกิจนั้น ๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริง
ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ธนาคาร สถาบันวิจัย เป็นต้น
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในลักษณะเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยน
ความรู้ เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันพัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ประเทศอันเป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลัก ไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด
โดยคุณ กธก.กร.ทบ. 203.113.97.167 [ วันพุธ ที่ 9 มีนาคม 2554 เวลา 11:04 น. ] ผู้ตอบคนที่ 24

Warning: fopen(./data/182.dat): failed to open stream: Permission denied in /home/khanomci/domains/khanomcity.go.th/public_html/webboard/view.php on line 171 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/khanomci/domains/khanomcity.go.th/public_html/webboard/view.php on line 172 Warning: fputs() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/khanomci/domains/khanomcity.go.th/public_html/webboard/view.php on line 173 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/khanomci/domains/khanomcity.go.th/public_html/webboard/view.php on line 174 Warning: fclose() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/khanomci/domains/khanomcity.go.th/public_html/webboard/view.php on line 175
 
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
 
ความคิดเห็น
โดย
E-mail
รหัสส่งข้อมูล

แทรกลิงค์ URL ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ